18 มิถุนายน 2026
ทรัพย์ที่หลุดจากขายฝากแล้วนำไปขายต่อ มีภาษี 2 ชั้น ชั้นแรกตอนทรัพย์หลุด และชั้นที่สองตอนขายต่อ ที่สำคัญคือ ถือในนามบุคคลธรรมดากับนิติบุคคล เสียภาษีต่างกันมาก บทความนี้เทียบให้เห็นชัดทุกหัวข้อ
เข้าใจให้ตรงก่อน: ทรัพย์หลุดขายฝากไม่ต้องไปจดทะเบียนโอนเพิ่มที่กรมที่ดิน เพราะกรรมสิทธิ์โอนให้ผู้รับซื้อฝากตั้งแต่วันทำสัญญาแล้ว (มาตรา 491) สิ่งที่ "หลุด" คือสิทธิไถ่ของผู้ขายฝาก แต่ในทางภาษี ผู้รับซื้อฝากยังต้องรับรู้รายได้และเสียภาษี ทั้งกรณีบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล
วันที่ทรัพย์หลุดคือวันที่เกิดเงินได้ คำนวณจากราคาหรือค่าอันพึงมีในวันนั้น (มาตรา 9 ทวิ) หากหาราคาดังกล่าวไม่ได้ ให้ใช้ราคาประเมินทุนทรัพย์ (มาตรา 49 ทวิ) จากนั้นเมื่อนำไปขายต่อจึงเกิดภาษีอีกชั้นหนึ่ง
ฐานภาษีเงินได้
การหักค่าใช้จ่าย
ภาษีหัก ณ ที่จ่าย
ภาษีธุรกิจเฉพาะ
สิทธิ Final Tax
สำหรับบุคคลธรรมดา จุดที่กัดจริงคือตอนทรัพย์หลุดและสินไถ่ที่ถูกรวมเข้าฐานก้าวหน้าซึ่งขึ้นได้ถึง 35% เทียบกับนิติบุคคลที่เพดาน 20% แต่จะสรุปว่านิติบุคคลถูกกว่าเสมอก็ไม่ได้ เพราะยังมีภาษีตอนถอนกำไรออกและต้นทุนการมีนิติบุคคล จุดพิจารณาจริงคือโครงสร้างรายได้ของแต่ละคน ที่ต้องวางแผนให้รัดกุม ไม่ใช่ดูแค่อัตราสูงสุด เจาะลึกเคสทรัพย์หลุดเพิ่มได้ที่ ขายฝากทรัพย์หลุด ต้องเสียภาษีเมื่อไหร่
มีทรัพย์หลุดจากขายฝากแล้วกำลังจะขายต่อ? เช็กก่อนว่าควรถือในนามบุคคลหรือนิติบุคคล และเข้าข่ายเสียภาษีธุรกิจเฉพาะไหม
→ เช็กความเสี่ยงภาษีทรัพย์หลุด | ดูคอร์สภาษีจำนอง ขายฝาก
ทรัพย์หลุดขายฝากมีภาษี 2 ชั้น (ตอนหลุด + ตอนขายต่อ) และไม่ต้องจดทะเบียนโอนเพิ่ม บุคคลธรรมดาเสียแบบก้าวหน้าและเลือก Final Tax ได้ ส่วนนิติบุคคลรวมเป็นกำไรสุทธิและเสียธุรกิจเฉพาะเสมอ การเลือกโครงสร้างที่เหมาะกับรายได้ของตัวเองคือกุญแจสำคัญ
อ่านต่อในชุดบทความนี้
ดูภาพรวมทั้งหมดที่ คู่มือภาษีอสังหาฯ ฉบับเต็ม
บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจเบื้องต้น ไม่ใช่คำวินิจฉัยภาษีรายกรณี ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจ